Let’s travel together.

ออมสิน ปล่อยสินเชื่อให้ยืมวงเงิน 100,000 บาท

7,555

 

#รัฐบาลห่วงใยประชาชน
ธนาคารออมสินออก “สินเชื่อห่วงใย“
ให้สิทธิยืม 10,000 บาท
รายเดิม รายใหม่ เคยยื่นแล้วไม่ผ่าน ยื่นใหม่ได้
ดอกเพียง 35 บ. ปลอดชำระ 6 งวดแรก

ทะเบียนได้ที่นี่่ >> https://www.gsb.or.th/news/gsbpr5-65/

ผู้ประกันตน “แรงงานต่างด้าว” ระวังอดเงินสงเคราะห์บุตร อย่าลืมยืนยันการมีชีวิตของบุตรทุกเดือนตุลาคมของทุกปี

แรงงานต่างชาติ หรือต่างด้าว ที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยและขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย เขาจะได้รับความคุ้มครองจากสำนักงานประกันสังคมใน 7 กรณี เหมือนแรงงานไทย ได้แก่

1. กรณีประสบอันตรายหรือเจ็บป่วย จะได้รับการรักษาพยาบาลโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ตามสถานพยาบาลตามสิทธิ แต่ในกรณีเกิดอุบัติเหตุฉุกเฉินเข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลอื่น ภายใน 72 ชั่วโมง จะได้รับค่าบริการทางการแพทย์ ดังนี้

รักษาในสถานพยาบาลของรัฐ ผู้ป่วยนอกเบิกจ่ายเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น และผู้ป่วยในเบิกจ่ายเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น ค่าห้องและอาหารเบิกได้ไม่เกินวันละ 700 บาท
รักษาในสถานพยาบาลของเอกชน ผู้ป่วยนอกเบิกจ่ายจริงไม่เกิน 1,000 บาท และผู้ป่วยในเบิกจ่ายได้ ตามกรณีดังนี้
ค่ารักษาพยาบาล กรณีไม่ได้รักษาในห้อง ICU เบิกได้ไม่เกินวันละ 2,000 บาท
ค่าห้องและค่าอาหาร เบิกได้ไม่เกินวันละ 700 บาท
ค่าห้อง ค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล กรณีรักษาในห้อง ICU เบิกได้ไม่เกินวันละ 4,500 บาท
ผ่าตัดใหญ่ เบิกได้ไม่เกินครั้งละ 8,000-16,000 บาท ตามระยะเวลาการผ่าตัด
ค่าฟื้นคืนชีพรวมค่ายาและอุปกรณ์ เบิกได้ไม่เกิน 4,000 บาท
ค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการหรือเอกซเรย์เบิกได้ไม่เกินรายละ 1,000 บาท
การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ การตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง การตรวจคลื่นสมอง การตรวจอัลตร้าซาวน์ เบิกได้ตามอัตรากำหนด
2. กรณีคลอดบุตร ผู้ประกันตนจะได้รับค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย 15,000 บาท/ครั้ง โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง โดยการคลอดบุตรตามสิทธิประกันสังคมนั้น ผู้ประกันตนชายสามารถเบิดค่าคลอดบุตรแทนภรรยาได้เช่นเดียวกับผู้ประกันตนชาวไทย
3. กรณีทุพพลภาพ ผู้ประกันตนจะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ ดังนี้

ระดับสูญเสียรุนแรง ร้อยละ 50 ขึ้นไป จะได้รับเงินทดแทนร้อยละ 50 ของค่าจ้างรายเดือนตลอดชีวิต
ระดับสูญเสียไม่รุนแรง ร้อยละ 35 แต่ไม่ถึงร้อยละ 50 จะได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ร้อยละ 30 ของค่าจ้างรายเดือน 180 เดือน

 

4. กรณีต าย ผู้มีสิทธิจะได้รับค่าทำศพ 50,000 บาท และเงินสงเคราะห์ ดังนี้

จ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 36 เดือนขึ้นไปแต่ไม่ถึง 120 เดือน จะได้รับเงินสงเคราะห์ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย 4 เดือน
จ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 120 เดือนขึ้นไป จะได้รับเงินสงเคราะห์ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย 12 เดือน
5. กรณีสงเคราะห์บุตร จะได้รับเงินสงเคราะห์บุตรแรกเกิดจนถึง 6 ปีบริบูรณ์ เดือนละ 800 บาทต่อคน คราวละไม่เกิน 3 คน โดยสามารถยื่นเรื่องยืนยันการมีชีวิตอยู่ของบุตรได้ทุกเดือนตุลาคมของทุกปี
หมายเหตุ : การยืนยันการมีชีวิตอยู่ของบุตร แนะนำให้ติดต่อสถานฑูตของประเทศนั้น ๆ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เซ็นรับรองเอกสารและประทับตรา

 

6. กรณีชราภาพ จะได้รับเป็นบำเหน็จหรือบำนาญเมื่ออายุครบ 55 ปี โดยต้องยื่นแบบขอรับประโยชน์ทดแทน กองทุนประกันสังคม สปส.2-01 ได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานคร/ พื้นที่/ จังหวัด/ สาขา ให้บริการตลอดทั้งวัน

หากส่งเงินสมทบน้อยกว่า 180 เดือน จะได้คืนเป็นเงินบำเหน็จ (เงินก้อน)
แต่หากส่งเงินสมทบมากกว่า 180 เดือน จะได้เป็นเงินบำนาญ (ร้อยละ 20 ของเงินเดือน เช่น เงินเดือนตอนส่ง 10,000 บาท จะได้รับบำนาญเดือนละ 2,000 จนกว่าจะเสียชีวิต)

7.กรณีว่างงาน จะได้รับเงินทดแทนในระหว่างการว่างงาน

กรณีถูกเลิกจ้าง จะได้รับเงินทดแทนร้อยละ 50 ของค่าจ้าง ครั้งละไม่เกิน 180 วัน
กรณีลาออกหรือสิ้นสัญญา จะได้รับเงินทดแทนร้อยละ 30 ของค่าจ้าง ครั้งละไม่เกิน 90 วัน
กรณีไม่ได้ทำงาน จากเหตุสุดวิสัย เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม เป็นต้น จะได้รับเงินทดแทนร้อยละ 50 ของค่าจ้าง ครั้งละไม่เกิน 180 วัน
หมายเหตุ : หากใน 1 ปีปฏิทินมีการขอรับเงินทดแทน กรณีถูกเลิกจ้างหรือกรณีลาออก ให้นับระยะเวลารับเงินทดแทนรวมกันไม่เกิน 180 วัน

กระทรวงการคลัง เปิดให้ผู้มีคุณสมบัติลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2565 ตั้งแต่วันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา และ ล่าสุดกระทรวงการคลัง ได้เปิดให้ผู้ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2565 ที่ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 5-8 กันยายน สามารถตรวจสอบสถานะลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2565 ได้ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา

 

รายงานผลสถานะลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2565 ของผู้ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 5 – 8 กันยายน 2565 เริ่มตรวจสอบสถานะลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา พบว่า มีผู้ผ่านการตรวจสอบข้อมูลกับกรมการปกครองที่แสดง

สถานะลงทะเบียนสมบูรณ์ รวม 4,282,429 ราย
จากทั้งหมด 5,246,699 ราย
โดยผู้ที่มีสถานะลงทะเบียนสมบูรณ์กลุ่มนี้ ไม่ต้องดำเนินการใดๆ รอผลการตรวจสอบคุณสมบัติและจะประกาศผลในเดือนมกราคม 2566
ส่วนผู้ที่ตรวจสอบแล้วพบว่า “สถานะลงทะเบียนไม่สมบูรณ์” อีก 964,270 ราย ที่พบข้อความว่า” เนื่องจากข้อมูลของผู้ลงทะเบียนไม่ตรงตามฐานข้อมูลของกรมการปกครอง เพราะสาเหตุ ดังนี้

ผู้ลงทะเบียนเป็นพระภิกษุ/สามเณร/แม่ชี
ไม่พบข้อมูลของผู้ลงทะเบียน
สถานภาพบุคคลของผู้ลงทะเบียนไม่ถูกต้อง มีสถานะเสียชีวิต หรือย้ายไปต่างประเทศ หรือจำหน่าย
ผู้ลงทะเบียนไม่ได้มีสัญชาติไทย
ผู้ลงทะเบียนมีอายุต่ำกว่า 18 ปี หรือรูปแบบวันเดือนปีเกิดไม่ถูกต้อง
ผู้ลงทะเบียนมีคู่สมรส
ผู้ลงทะเบียนแจ้งข้อมูลคู่สมรสไม่ถูกต้อง ผู้ลงทะเบียนแจ้งจำนวนบุตรครบถ้วน แต่หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนของบุตรไม่ถูกต้อง
ผู้ลงทะเบียนแจ้งจำนวนบุตรไม่ครบถ้วน โปรดตรวจสอบจำนวนบุตรและข้อมูลเลขบัตรประชาชนของบุตรทุกราย
สำหรับกรณีที่ลงทะเบียนไม่สมบูรณ์ เนื่องจากผู้ลงทะเบียนมีคู่สมรส แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าคู่สมรสของผู้ลงทะเบียนเสียชีวิตและมีใบมรณะบัตรของคู่สมรสแล้วนั้น ขอให้ผู้ลงทะเบียนกลุ่มนี้ตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนอีกครั้งในวันอังคารที่ 20 กันยายน 2565 ตั้งแต่ 6.00 น. เป็นต้นไป

ธนาคารออมสิน ได้มีการออกมาตรการ ในการช่วยธุรกิจร้านอาหาร หรือเครื่องดื่ม ปล่อยสินเชื่อเงินให้กู้ยืม สินเชื่ออิ่มใจ ให้กู้ได้ไม่เกินรายละ 100,000 บาท ไม่ต้องใช้หลักประกันไดๆ

 

จุดเด่นสินเชื่ออิ่มใจ

– เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่อง ของกิจการร้านอาหาร หรือเครื่องดื่ม ที่ได้รับผลกระทบ จากโควิด-19

รายละเอียดสินเชื่อและวงเงินให้กู้ยืม

ads

ให้กู้ได้ไม่เกินรายละ 100,000 บาท แยกตามรูปแบบร้านค้า ดังนี้

รูปแบบที่ 1 เป็นภัตตาคาร / ร้านในห้างสรรพสินค้า / ร้านค้าที่อยู่ในห้องแถว หรือ อาคารพาณิชย์

รูปแบบที่ 2 ประกอบไปด้วย ร้านอาหาร หรือเครื่องดื่ม ที่มีรูปแบบเป็น Booth / Food court / POP UP Store / Food Truck หรือร้านค้าที่มีลักษณะเดียวกันรูปแบบที่ 2 ประกอบไปด้วย ร้านอาหาร หรือเครื่องดื่ม

หมายเหตุ กรณีภาพถ่ายผู้กู้ พร้อมสถานประกอบการไม่ชัดเจน ไม่มี เอกสารสิทธิ์ ให้ถือเป็นรูปแบบที่ 1 หรือให้สาขาตรวจสอบขนาดของ รูปแบบร้าน ให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงตามวงเงินที่ต้องการ

อัตราดอกเบี้ย

– อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 3.99 ต่อปี Effective Rate

ระยะเวลาในการชำระเงินคืน

– ให้สูงสุดไม่เกิน 5 ปี หรือ 60 งวด

หลักประกันในการขอเงินกู้

– ไม่ใช้หลักประกัน

ค่าธรรมเนียม

– ยกเว้น ค่าธรรมเนียมการให้บริการ การสินเชื่อ

วงเงินรวมโครงการ

– 2,000 ล้านบาท

 

รายละเอียดการสมัคร/คุณสมบัติ

– ได้รับผลกระทบจาก COVID-19

– มีบัญชีเงินฝากธนาคารออมสิน

– เป็นผู้ประกอบการร้านอาหารหรือเครื่องดื่ม ที่เป็นร้านจำหน่ายแบบถาวร เช่น ร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า / ร้านอาหารที่เปิดในห้องแถวหรืออาคารพาณิชย์ / ภัตตาคาร

– บุคคลธรรมดา มีสัญชาติไทย

– อายุครบ 20 ปีบริบูรณ์

– ต้องแนบไฟล์ภาพถ่ายที่มีผู้กู้ พร้อมสถานประกอบการ และยืนยันการไม่เลิกจ้างแรงงานในระบบลงทะเบียน

– มีที่อยู่อาศัย และสถานประกอบการแน่นอน

– ไม่เป็นลูกจ้าง พนักงาน ผู้บริหาร หรือกรรมการ ธนาคารออมสิน

ช่องทางในการให้บริการสินเชื่อ

ผู้ที่สนใจ สามารถลงทะเบียนขอสินเชื่อผ่านเวปไซต์ gsb.or.th หรือ ติดต่อได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขา

ใกล้เคียง