Let’s travel together.

KTC ปล่อยสิน ผ่อนสบายนานสุด 24 เดือน

584

31 สิงหาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันพรุ่งนี้ (1 กันยายน 2565) รัฐบาลจะเติมเงิน
ให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 5 และผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษในช่วงการแพร่ร ะบ า ดของโ ค วิด ตามโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษระยะที่ 3 คนละ 200 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 2 เดือน/คน/เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน ถึง 31 ตุลาคม 2565 รวม 400 บาท/คน เพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้มีรายได้น้อย

สำหรับผู้ที่จะได้รับเงินช่วยเหลือ 200 บาท/คน/เดือน ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
1. ต้องเป็นผู้ได้รับสิทธิตามโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ระยะที่ 2 ตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 25 สิงหาคม 2565
2. ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 15 สิงหาคม 2565
และไม่เป็นผู้ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5
3. ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในมาตรการ/โครงการอื่น ๆ ของรัฐ
4. ไม่เป็นผู้ฝ่าฝืนเงื่อนไขของมาตรการ/โครงการอื่น ๆ ของรัฐ หรือฝ่าฝืนมาตรการใด ๆ ของรัฐ
เกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติ ดเ ชื้อ ไวรั ส โค โ รน า 2019

ทั้งนี้ เงินที่รัฐบาลเติมให้เพิ่มเติมอีก 400 บาท/คน สามารถใช้ซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป หรือบริการ จากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการฯ ผ่านบัตรประจำตัวประชาชน โดยให้ใช้ได้เดือนละ 200 บาท หากใช้ไม่หมดไม่สามารถสะสมไปใช้รอบถัดไปได้โดยวงเงินรอบแรก ของเดือนกันยายน 2565 ใช้จ่ายได้ไม่เกินวันที่ 30 กันยายน 2565 และวงเงินรอบที่ 2 ของเดือนตุลาคม 2565 จะสามารถใช้จ่ายได้ไม่เกินวันที่ 31 ตุลาคม 2565 และจะต้องเป็นการซื้อสินค้า และบริการจริงแบบพบหน้าเท่านั้น ห้ามซื้อขายผ่านระบบออนไลน์ หรือผ่านคนกลางอย่างเด็ดขาด

(1 ก.ย.2565) เป็นวันเริ่มต้นในการใช้สิทธิ “คนละครึ่งเฟส 5” ทั้งรายเก่า และรายใหม่ที่ผ่านการยืนยันตัวตนแล้ว สามารถเติมเงินใช้จ่ายผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” ได้เลย ซึ่งต้องเริ่มใช้ครั้งแรกภายใน 14 วัน มิเช่นนั้นจะถูกตัดสิทธิ

วิธีการเติมเงิน “คนละครึ่ง” เข้าแอปฯ เป๋าตัง เพื่อเริ่มใช้จ่ายโครงการ “คนละครึ่งเฟส 5” สามารถทำได้หลายวิธี

1. เติมเงินผ่านระบบ โมบายแบงก์กิ้ง

เปิดแอปฯ “เป๋าตัง”
เลือกไปที่เมนู “G-Wallet”
เลือก “เติมเงิน”
เลือกธนาคารที่ต้องการเติมเงิน
เลือกเติมผ่าน “Mobile Banking”
ใส่รหัส G-Wallet 15 หลัก หรือกดคัดลอก
เปิดแอปฯ ธนาคารส่วน “PromptPay e-Wallet”
ใส่เลขจำนวนเงินที่ต้องการเติม
กด “ตกลง” เพื่อเติมเงิน
2. เติมเงินผ่าน “QR Code พร้อมเพย์”

เปิดแอปฯ “เป๋าตัง”
เลือก “G-Wallet”
เลือกเมนู “เติมเงิน”
เลือกธนาคารที่ต้องการเติมเงิน
เลือกเติมทาง “QR Code พร้อมเพย์”
กดบันทึกรูป “QR Code พร้อมเพย์”
เปิดแอปฯ ธนาคารที่ต้องการเติมเงิน
เลือก “สแกน” เพื่ออัปโหลด
ใส่จำนวนเงินที่ต้องการ
กด “ตกลง” เพื่อทำรายการให้สำเร็จ


3.เติมเงินหน้า “ตู้เอทีเอ็ม” ของธนาคาร

สำหรับการเติมเงินผ่านหน้าตู้เอทีเอ็มธนาคาร สามารถทำได้ด้วยกันทั้งหมด 7 ธนาคาร โดยมี 5 ธนาคารที่ทำรายการเหมือนกัน และอีก 2 ธนาคารที่ทำรายการแตกต่างจากที่กล่าวมา ดังนี้

โดย 5 ธนาคารที่ทำรายการเหมือนกัน คือ ธนาคารธนชาติ , ธนาคารไทยพาณิชย์ , ธนาคารกรุงศรีอยุธยา , ธนาคารกสิกรไทย และ ธนาคารกรุงเทพ

เข้าแอปฯ ของธนาคาร
จากนั้นเลือก “เติมเงิน หรือ ชำระเงิน”
เลือกเมนูในส่วน “เติมเงินพร้อมเพย์”
เลือกประเภทบัญชี
ใส่เลข “G-Wallet” 15 หลักกับจำนวนเงิน
กดยืนยันเพื่อทำรายการสำเร็จ


ส่วนอีก 2 ธนาคารที่ทำรายการแตกต่างกัน (แต่ไม่มาก) คือ ธนาคารทหารไทย และ ธนาคารกรุงไทย โดยมีขั้นตอน ดังนี้

ธนาคารทหารไทย

เลือก “โอนเงิน”
กด “ยืนยัน”
เลือกประเภทบัญชี แล้วกดโอนเงินด้วย “บริการพร้อมเพย์”
ทำการเลือกโอนเงินไปยัง E-Wallet
ใส่รหัส G-Wallet 15 หลัก และใส่จำนวนเงินที่ต้องการเติม
กดทำรายการสำเร็จ
ธนาคารกรุงไทย

เลือก “เติมเงิน”
เลือก “เติมเงินพร้อมเพย์”
เลือกประเภทบัญชี
ใส่หมายเลข G-Wallet 15 หลัก พร้อมใส่จำนวนเงินที่ต้องการ
กดยืนยัน ทำรายการสำเร็จ
ข้อควรระวังถูกตัดสิทธิ

– รายเก่า

ผู้ที่เคยร่วมโครงการฯ ต้องใช้สิทธิใช้จ่ายครั้งแรกภายในวันที่ 14 กันยายน 2565 เวลา 22.59 น. จึงจะสามารถใช้จ่ายได้ตลอดระยะเวลาโครงการ ซึ่งหากไม่ใช้สิทธิตามระยะเวลาดังกล่าว จะถูกตัดสิทธิทันที

– รายใหม่

ผู้ที่ไม่เคยร่วมโครงการฯ ต้องใช้สิทธิใช้จ่ายครั้งแรกภายในวันที่ 14 กันยายน 2565 เวลา 22.59 น. หรือ ต้องเริ่มใช้จ่ายครั้งแรกภายใน 14 วันหลังจากที่ได้รับ SMS ยืนยันเข้าร่วมโครงการหลังวันที่ 1 กันยายน 2565 จึงจะสามารถใช้จ่ายได้ตลอดระยะเวลาโครงการ ซึ่งหากไม่ใช้สิทธิตามระยะเวลาดังกล่าว จะถูกตัดสิทธิทันทีเช่นกัน

ทองคำสิ่งที่หลายๆคนกำลังต้องการเครื่องประดับที่ล้ำค่าที่สามารถนำมาแลกให้เป็นเงินสดได้เวลาที่ต้องการ การซื้อทองคำไม่ว่าจะชนิดไดๆมาเก็บไว้แล้วขายตอนที่ราคาขึ้นเป็นการได้กำไรอีกช่องทาง

ในตอนนี้ยังมีแอปออมทองแบบต่างๆหรือการออมทองโดยตรงจากร้านซึ่งเรียกว่าเป็นการออมทองอีกรูปแบบหนึ่ง หากอยากผ่อนทองเพื่อซื้อเก็บไว้เราจะใช้บัตรกดเงินสดแบบไหนดี เพราะการซื้อทองเงินสดอาจเป็นการเพิ่มภาระให้กับผู้ที่อยากมีทอง

ads

ธนาคารกรุงไทยจึงได้ออกสินเชื่อเงินให้กู้ยืม KTC PROUD ที่สามารถใช้ผ่อนทองได้ ไม่ว่าจะทองคำ ทองคำแท่งหรือสร้อยทองคำ การผ่อนชำระอาจเป็นทางเลือกโดยเฉพาะอย่างยิ่งการผ่อนแบบ 0%

คุณสมบัติผู้กู้

– เป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทย และมีอายุ 20 ปีขึ้นไป

– มีรายได้ 12,000 บาทขึ้นไป

– หนังสือรับรองเงินเดือน/สลิปเงินเดือน ล่าสุด

– มีหมายเลขโทรศัพท์ที่ ติดต่อได้

– มีประสบการณ์ขั้นต่ำ ในการทำงาน 4 เดือน

เอกสารการสมัคร

เจ้าของกิจการ/ประกอบธุรกิจส่วนตัว

– สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

– สำเนาหนังสือรับรองจดทะเบียนนิติบุคคลหรือทะเบียนการค้าหรือทะเบียนภาษี

– สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น เฉพาะบริษัท

– สำเนาบัญชีธนาคารผู้กู้ ย้อนหลัง 6 เดือน

– สำเนาหน้าแรกสมุดบัญชีที่ต้องการโอนเงินเฉพาะของผู้กู้เท่านั้น

 


พนักงานบริษัท ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ

– สำเนาบัตรประจำตัว ประชาชน

– หนังสือรับรองเงินเดือน สลิปเงินเดือน ฉบับจริง

– สำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการหรือรัฐวิสาหกิจ สำเนาทะเบียนบ้าน

– สำเนาใบแจ้งยอดบัญชีธนาคารย้อนหลัง 3 เดือน

– สำเนาหน้าแรกสมุดบัญชีที่ต้องการโอนเงิน

ผ่อนทอง 0% กับร้านค้าทอง

– ผ่อนทอง 0% นานสุด 6 เดือนที่ร้านทอง บางกอกโกลด์ส

– ผ่อนทอง 0% นานสุด 4 เดือนที่ร้านทอง หวังโต๊ะกังเยาวราชทองดี หรือห้างเพชรทองง้วนเซ่งเฮงเยาวราช

บัตรกดเงินสด KTC PROUD ผ่อนชำระได้นานสุด 24 เดือน

ใกล้เคียง