Monday, 5 December 2022

สินเชื่อทรูใช้บัตรประชาชนยืมได้เลย ยืมได้ 10,000 บาท

05 Nov 2022
10411

กสิกรเปิดตัวโครงการใหม่ K Pay Later ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง อนุมัติไวใน 3 นาที ผ่อนของได้ ไม่ต้องใช้บัตร สูงสุด 20,000 บาท

กสิกรเปิดตัวโครงการใหม่ K Pay Later ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง อนุมัติไวใน 3 นาที ผ่อนของได้ ไม่ต้องใช้บัตร

หลายคนคงสงสัยว่า K Pay Later คืออะไร มาดูกันเลย

K Pay Later เป็นวงเงินเพื่อชำระค่าสินค้า/บริการผ่านช่องทาง K PLUS โดยผ่อนชำระค่าสินค้า/บริการเป็นงวดได้ แต่ไม่สามารถเบิกถอนออกมาเป็นเงินสดได้

ใครที่สนใจ ช่องทางสมัคร วงเงิน และระยะเวลาการอนุมัติ วิธีการใช้ K Pay Later

-สมัครง่าย ผ่าน แอปK PLUS ได้ทุกวัน ตั้งแต่ 08:00 – 19:00 น.

-ไม่ต้องใช้สลิปเงินเดือน ไม่ต้องยื่นเอกสาร สะดวกมาก

ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน ไม่มีค่าธรรมเนียมใดๆ

-อนุมัติไวสุดใน 3 นาที สามารถชำระค่าสินค้า/บริการ

โดยสามารถผ่อนชำระเป็นงวดได้ทันที ไม่ต้องรอนาน

-วงเงินอนุมัติสูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท เลือกผ่อนได้นานสุด

5 เดือนในแต่ละรายการ -ลูกค้า 1 ท่าน สามารถสมัคร K Pay Later

ได้เพียง 1 วงเงินเท่านั้นนะ

-ช่องทางการสมัคร / การสแกนจ่ายสินค้าหรือบริการ

/ ผ่อนชำระคืนวงเงินที่ใช้ไป ทำได้โดยผ่าน K PLUS เวอร์ชันล่าสุด

-ซื้อสินค้าที่ร้านค้าโดยใช้ K PLUS สแกนจ่ายผ่าน QR แมวปิ๊บจัง

หรือ QR บนเครื่องรูดบัตร (EDC) ของธนาคารกสิกรไทย

อัตราดอกเบี้ย K Pay Later

-อัตราดอกเบี้ย : แบบลดต้นลดดอก สูงสุดไม่เกิน 25% ต่อปี

ทุกรายการที่มีการเบิกใช้ (รวมดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ ค่าธรรมเนียมต่างๆ)

-คำนวณดอกเบี้ยแบบรายวัน จากทุกรายการ

ที่มีการใช้จ่าย (โดยเรียกเก็บเป็นรายเดือน)

-จำนวนเงินต้นที่ผ่อนชำระคืน จะคืนกลับเป็นวงเงิน

ไปให้ลูกค้าใช้ซื้อสินค้า / บริการต่อได้ทันที

-ไม่ต้องห่วงไม่มีการเสียดอกเบี้ย หากไม่มีการเบิกใช้วงเงิน

คุณสมบัติผู้สมัคร –สัญชาติไทย -อายุ 20 – 70 ปี

-มีบัญชีออมทรัพย์ที่ธนาคารกสิกรไทย วิธีเปิดบัญชีใหม่ K-eSaving

-มีแอป K PLUS โดยโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนต้องมีระบบปฎิบัติการ iOS 10 หรือ Android 5.0 ขึ้นไป และรองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (GPRS / EDGE / 3G / 4G / Wi-Fi)


วิธีการสมัครและใช้งาน ดังนี้

สมัคร K Pay Later ผ่าน K PLUS อนุมัติผ่าน 5 ขั้นตอนดังนี้

1. กดเมนูและเลือกสินเชื่อและเลือก K Pay Later

2.ใส่รหัสผ่าน กดยินยอมและถ่ายรูปใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตน

3.กรอกข้อมูลให้ครบถ้วนและเลือกบัญชีชำระสินเชื่อแล้วกด “ต่อไป”

4.สรุปวงเงินเบื้องต้นและกดตกลงรับสินเชื่อ

5.สมัครปุ๊ป อนุมัติปั๊ป เร็วสุดใน 3 นาที สแกนซื้อ/ผ่อนสินค้าได้ทันที

 

สำหรับลูกค้าที่ไม่มีแอป K PLUS จะต้องดาวน์โหลดแอป K PLUS และเปิดบัญชีเงินฝาก K-eSavings ก่อน จึงจะสามารถสมัครได้
สำหรับลูกค้าที่ต้องการสมัคร จะต้องเคยยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชน (Dip Chip) กับธนาคารมาก่อน จึงจะสามารถสมัครได้

 

หมายเหตุ

สำหรับ K PLUS เวอร์ชันล่าสุด

ไม่ต้องใช้เอกสารแสดงรายได้

เมื่อทำรายการตั้งแต่เวลา 08.00 – 19.00 น. ทั้งนี้ผลการอนุมัติเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด

 

 

ใครที่กำลังมีปัญหาการเงิน เงินไม่พอใช้ ชักหน้าไม่ถึงหลัง ไม่อยากจะไปกู้เงินด่วนนอกระบบ ที่ดอกเบี้ยแพงมหา โหดนั้น ธนาคารกสิกรไทย มีโปรโมชั้นใหม่ สินเชื่อเงินด่วน กสิกร เอาใจลูกค้า โดยการพัฒนาการ สมัครบริการทาง การเงินตอบโจทย์ชีวิตยุคนี้ โดยไม่ต้องออกจากบ้านก็สมัคร บริการธนาคารด้วยตนเองบน กับ บริการสินเชื่อบุคคลยอดฮิต ได้แก่ สินเชื่อเงินด่วน เอ๊กเพส โลน ที่สามารถ โดยช่วยให้ลูกค้าได้รับความสะดวก ลดความเสี่ยงไม่ต้องออกจากบ้าน อยู่ที่ไหนก็สมัครได้ สมัครง่ายทุกขั้นตอนบน K PLUS แค่มี สมุดบัญชี รู้ผลอนุมัติ เร็วสุด 15 นาที

โดย สินชื่อเงินด่วน กสิการ ที่เปิดโอกาสให้สมัครกันได้ทุกอาชีพ รายได้ไม่ถึงหลักหมื่นก็ยื่นขอสินเชื่อได้แล้ว แถมยังไม่ยุ่งยากในการสมัคร ไม่ต้องเสียเวลาไปยื่นเรื่องกันที่ธนาคาร สมัครง่ายๆผ่านทางแอพพลิเคชั่น K PLUS สะดวก รวดเร็ว อนุมัติเร็วสุด 15 นาที อนุมัติปั๊บรับเงินก้อนเข้าบัญชีไปใช้ได้ทันที

โดยคุณสมบัติทั่วไปของ คนที่สมัคคือ ต้องสัญชาติไทย อายุ 20 ปีขึ้นไป อายุของผู้กู้เมื่อรวมกับระยะเวลาผ่อนชำระแล้วต้องไม่เกิน 70 ปี ต้องมีรายได้ 7,500 บาทขึ้นไป ต้องมีอายุงานไม่น้อยกว่า 6 เดือน (นับรวมที่ทำงานเดิมได้ ถ้าหากผ่านการทดลองงานของที่ทำงานปัจจุบันแล้ว) มีเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ ที่บ้าน ที่ทำงาน หรือโทรศัพท์มือถือ

สำหรับลูกค้าที่มีเงินเดือน 7,500 บาท สามารถกู้โดย ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ และไม่ต้องมีบุคคลค้ำประกัน ดอกเบี้ยต่ำสุด 15% ตลอดอายุสัญญา ผ่อนน้อย กู้ 10,000 ดอกเบี้ยเริ่มต้นเดือนละ 550 บาท

ไม่ต้องใช้เอกสาร เพียงมีบัญชีเงินเดือนหรือเดินบัญชีกับธนาคารกสิกรไทยติดต่อกันอย่างน้อย 6 เดือน โดย ลูกค้าที่สนใจสามารถสมัครใช้บริการสินเชื่อบน K PLUS ได้ตั้งแต่วันนี้ ระหว่างเวลา 08.00-19.00 น.
กรณีที่มีบัญชีเงินเดือนกับ ธนาคารกสิกรไทย (KBank Payroll) ตั้งแต่ 7 เดือนขึ้นไป ไม่ต้องยื่นเอกสารแสดงรายได้

สุดท้านนี้ หวังว่าข้อมูลนี้ น่าจะเป็นประโยชน์ให้สำหรับเพื่อนๆ ทุกคน ที่กำลังเดือดร้อน มีความจำเป็นที่ต้องใช้ เงิน ในช่วงสภาวะสถาการ์ณ บบนี้ และใครที่สมัครสินเชื่ออะไรไว้ ทางเราก็ขอเอาใจช่วยให้ทุกคนผ่านการอนุมัติ เพื่อที่จะได้มีเงินมาใช้จ่ายในช่วงยามที่เศรษฐกิจเป็นแบบนี้กัน

 

 

คนละครึ่งเฟส 6 มาแน่!

กระทรวงการคลัง รายงานว่า จากข้อมูลสะสม ณ วันพฤหัสบดีที่ 20 ตุลาคม 2565 เวลา 23.00 น. พบว่า มีผู้ใช้สิทธิทุกโครงการรวม 38.22 ล้านคน และมียอดใช้จ่ายสะสมทั้งสิ้น 40,390.3 ล้านบาท โดยสรุปผลการใช้จ่ายได้ ดังนี้

  1. โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 5 มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 13.14 ล้านคน และมียอดใช้จ่ายสะสม 5,069.5 ล้านบาท
  2. โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ระยะที่ 3 มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 1.06 ล้านคน และมียอดใช้จ่ายสะสม 379.2 ล้านบาท
  3. โครงการคนละครึ่งเฟส 5 มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 24.02 ล้านคน และมียอดใช้จ่ายรวม 34,941.6 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่ายจำนวน 17,786.3 ล้านบาท และเงินที่รัฐร่วมจ่ายจำนวน 17,155.3 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้ทำหนังสือด่วนที่สุดถึงทุกหน่วยงาน ถึงการดำเนินโครงการเพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ 2566 ให้กับประชาชน โดยโครงการดังกล่าว ต้องสามารถดำเนินการให้มีผลในทางปฏิบัติต่อส่วนรวมได้ทันในช่วงเทศกาลปีใหม่อย่างแท้จริง ไม่ขัดต่อกฎหมาย และประกาศเตือนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศด้วย เช่น โครงการคนละครึ่ง โครงการเราเที่ยวด้วยกัน

รัฐบาลย้ำปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว หากพบข้อมูลไม่สมบูรณ์ ต้องแก้ไขให้เสร็จภายใน 17 พฤศจิกายนเท่านั้นเผยมีปชช.ลงทะเบียนทั้งสิ้น 22.3ล้านคน ยันนโยบายแก้ความยากจนของนายกฯได้ผล จำนวนคนจนลดลง

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยความคืบหน้าการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังปิดรับลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565 แล้ว มีประชาชนลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน-31 ตุลาคม 22,293,473 ราย ข้อมูลถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน เวลา 15.00 น. สำหรับผู้ลงทะเบียนและผ่านขั้นตอนตรวจสอบสถานะแล้ว ระบบจะขึ้นข้อความว่า “สถานะการลงทะเบียนสมบูรณ์” ไม่ต้องดำเนินการใดๆ ให้รอการประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติช่วงเดือนมกราคม 2566 ซึ่งการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะต้องตรวจสอบคุณสมบัติที่เข้าเงื่อนไข ทำให้การใช้งบประมาณให้ความช่วยเหลือได้ประสิทธิภาพ แก้ปัญหาตรงจุดและตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น

 

ส่วนผู้ที่ “สถานะการลงทะเบียนไม่สมบูรณ์”สามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลได้ที่ที่ว่าการอำเภอหรือสำนักงานเขต หากพบข้อมูลไม่ถูกต้อง ต้องติดต่อขอแก้ไขข้อมูล ที่หน่วยงานรับลงทะเบียนที่ตนเองยื่นเอกสารเท่านั้น สำหรับผู้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ติดต่อขอแก้ไขข้อมูลที่หน่วยงานรับลงทะเบียนใดก็ได้ ซึ่งต้องแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 17 พฤศจิกายนนี้เท่านั้น

“ขอย้ำว่า จำนวนลงทะเบียนหรือผู้ที่ได้รับ “บัตรสวัสดิการ” ไม่ใช่จำนวนคนจนในประเทศไทย แต่เป็นกลุ่มที่รัฐบาลต้องการเข้าไปช่วยดูแลลดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบางให้ดีขึ้น เป็นหนึ่งในนโยบายในการแก้ไขปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำที่เป็นวาระสำคัญของชาติ”น.ส.ทิพานันกล่าว และชี้แจงว่า ที่ไม่ใช่คนจนทั้งหมด เพราะทุกรัฐบาลมีเส้นเกณฑ์วัดความจน จากข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน สำนักงานสถิติแห่งชาติ ที่วิเคราะห์หลายมิติ ในปี 2564 ระบุว่าประเทศไทยมีคนจนอยู่ที่ 4,404,616 ล้านคน คิดเป็น 6.32 % ของประชากรทั้งประเทศ โดยเกณฑ์ตัดสินว่าบุคคลนั้นเข้าข่ายจนหรือไม่จนในปี 2564 คือ รายได้ต่อเดือนที่ต้องได้ต่ำกว่า 2,802 บาทต่อคน/ต่อเดือน และหากพิจารณาข้อมูลย้อนไป 10 ปีจากสถิติยังพบว่า ในปี 2555 ยังมีคนจนอยู่ถึง 8,441,462 คน

น.ส.ทิพานัน กล่าวด้วยว่า ระหว่างปี 2560-2565 รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มุ่งมั่นแก้ปัญหาคนจนโดยใช้ Big data และระบบวิเคราะห์ข้อมูลแบบชี้เป้า โดยอ้างอิงฐานข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า (Thai People Map and Analytics Platform: TPMAP) โดยข้อมูลการสำรวจนี้จะแตกต่างจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ เป็นการนำข้อมูลคนที่ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาตรวจสอบและลงพื้นที่โดยเจ้าหน้าที่เพื่อสำรวจสอบถามถึงความรุนแรงของปัญหาตามเกณฑ์ข้อมูลความจำเป็นพื้นฐานของกระทรวงมหาดไทย เช่น ในปี 2560 พบมีคนจน 1,702,499 คน จากการสำรวจ 35,999,061 คน

ล่าสุดคนจนเป้าหมายจนถึงวันที่ 25มกราคม ในประเทศไทย ที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วนเหลือเพียง 1,025,782คน จากการสำรวจ 36,103,806คนและเมื่อแบ่งมิติปัญหาที่ต้องช่วยเร่งด่วนพบว่า 1.ด้านสุขภาพ 218,757คน 2.ด้านความเป็นอยู่ 220,037คน 3.ด้านการศึกษา 272,518คน 4.ด้านรายได้ 506,647คน 5.ด้านเข้าถึงบริการภาครัฐ 3,335คน ดังนั้นจะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะสถิติจากตัวชี้วัดใดทั้ง สำนักงานสถิติแห่งชาติ หรือ TPMAP จำนวนคนจนได้ลดลงต่อเนื่อง ยิ่งในช่วงการแก้ปัญหาความยากจนภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเห็นว่า จำนวนลดลงไปหลายล้านคน

น.ส.ทิพานัน กล่าวอีกว่า ดังนั้นจากยอดการลงทะเบียน 22,293,473 ราย ที่ยื่นลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐปี2565 จึงไม่ใช่จำนวนคนจนทั้งหมด แต่ด้วยเงื่อนไขที่เปิดโอกาสให้คนที่มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาท/คน/ปี หรือแม้แต่ผู้มีบ้าน มีวงเงินกู้สำหรับที่อยู่อาศัยรวมไม่เกิน 1.5 ล้านบาท และมีเงินกู้สำหรับยานพาหนะรวมไม่เกิน 1 ล้านบาท ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ แต่หากรัฐบาลเลือกใช้เส้นความยากจนเป็นเกณฑ์ กำหนดรายได้ 33,624 บาท/คน/ปี หรือ 2,802 บาทต่อคน/ต่อเดือน จะทำให้การลงทะเบียนมีจำนวนลดลงทันที

น.ส.ทิพานันกล่าวว่า แต่เพราะรัฐบาลต้องการช่วยเหลือดูแลประชาชน กลุ่มเปราะบางอื่นๆ เช่น กลุ่มพิการ กลุ่มด้อยโอกาส กลุ่มผู้สูงอายุ ผู้มีรายได้น้อย และกลุ่มคนจน ให้สามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำลง ให้ความช่วยเหลือค่าใช้จ่าย ให้ใช้บริการพื้นฐานของรัฐ และมีมาตรการใหม่ใส่ในบัตรเพื่อดูแลตรงกลุ่ม ปี 2565 จึงประชาสัมพันธ์อย่างทั่วถึง จนทำให้ประชาชนสนใจจำนวนมาก ที่สำคัญคอรัปชั่นไม่มีและสวัสดิการถึงมือประชาชน เป็นทุนชีวิต พร้อมทั้งกระตุ้นกำลังซื้อ ส่งผลกระทบต่อการผลิต ส่งผลต่อการจ้างงาน ทำให้ประเทศมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐจึงเป็น นวัตกรรมลดความเหลื่อมล้ำที่ดีของ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์

สนใจเข้าไปดูข้อมูลได้ที่นี่

 

Micro Credit คือการปล่อยสินเชื่อ ในวงเงินขนาดเล็กที่เปลี่ยนจากการขอ สินเชื่อผ่านธนาคาร หรือสถาบันการเงิน มาเป็นการขอสินเชื่อผ่านผู้ให้บริการมือถือแทน เพื่อเป็นช่องทางสำหรับคนที่ต้องการสินเชื่อจำนวนไม่มากหรือเงินด่วนที่หมุนไม่ทัน สามารถเข้าถึงเงินจำนวนนี้ได้ง่ายมากขึ้น สำหรับท่านที่สนใจสามารถสมัครได้เพียงใช้บัตรประชาชนใบเดียวก็สมัครได้

รายละเอียดการสมัคร

คุณสมบัติผู้กู้

บุคคลที่มีสัญชาติไทย อายุ 20-60 ปี
มีประวัติในการชำระค่าบริการที่ดี ไม่ค้างชำระ
ต้องเป็นลูกค้าทรูมูฟ เอช บุคคลธรรมดาแบบรายเดือน เท่านั้น
มีอายุการใช้งานมากกว่า 180 วัน หรือประมาณ 6 เดือน และ ไม่มีค่าบริการคงค้าง


เลือกซื้อเลย
เอกสารประกอบการสมัคร

บัตรประชาชน เท่านั้น
วิธีขอสมัครสินเชื่อ Micro Credit

ลูกค้ามาแสดงตัวกับเจ้าหน้าที่ทรู พร้อมบัตรประชาชนตัวจริง
ทำการยืนยันตัวตนกับ เจ้าหน้าที่ทรู
การกรอกข้อมูลลูกค้า พร้อมทำการยินยอมเงื่นไขต่างๆบนแอปพลิเคชั่น ทรูมันนี่
ได้รับการอนุมัติสินเชื่อผ่านทาง SMS
เบิกเงินสดจากวงเงินสินเชื่อผ่านแอปพลิเคชันทรูมันนี่ วอลเล็ท


รายละเอียดเพิ่มเติม สินเชื่อ Micro Credit

ให้บริการสินเชื่อโดย บริษัท แอสเซนด์ นาโน จำกัด (บริษัทฯ)
บริการสินเชื่อสำหรับลูกค้าที่ตรงตามคุณสมบัติที่ทางบริษัทฯ ได้กำหนดไว้เท่านั้น
ระยะเวลาแบ่งจ่ายชำระคืน ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของบริษัทฯ
ดอกเบี้ยโปรโมชั่น 0% เฉพาะเดือนแรก ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยปกติของบริษัทฯ อยู่ที่ 24% ต่อปี
การคิดดอกเบี้ย จะคิดแบบลดต้นลดดอกตามยอดเงินที่ลูกค้าเบิกใช้จริง
การเบิกใช้สินเชื่อ เงินจะโอนเข้าบัญชีทรูมันนี่ วอลเล็ทซึ่งผูกกับเบอร์โทรศัพท์ตามที่ลูกค้าระบุในคำขอสินเชื่อ
เงื่อนไขอื่นๆ เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด


รายละเอียดเพิ่มเติม สินเชื่อ Micro Credit คลิกที่นี่

เข้าร่วมกลุ่ม สินเชื่อธนาคาร สอบถามข้อมูล คลิกที่นี่

หากมีข้อสงสัยเรื่องวิธีการสมัคร และรายละเอียดของสินเชื่อ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า ของบริษัทฯ โทร. 1240 กด 3