Monday, 5 December 2022

ไทยพาณิชย์ ให้ยืม 100,000 ผ่อนเริ่มต้น 490/เดือน

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เดือนพฤศจิกายน 2565 โอนเงินวันไหนบ้าง
กระทรวงการคลัง ย้ำว่า ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิม ยังคงสามารถใช้สิทธิ์ได้อยู่แม้บางมาตรการจะสิ้นสุดลงตั้งแต่เดือนกันยายน 2565 แต่รัฐบาลยังคงเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐต่อไป


วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565
เงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่เข้าไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้ และไม่สะสมในเดือนถัดไป ได้แก่

วงเงินซื้อสินค้า 200 – 300 บ./เดือน
ส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 100 บ./ 3 เดือน (25 ต.ค. – ธ.ค. 65)
ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ประกอบด้วย ค่ารถ บขส. 500 บ./เดือน ค่ารถไฟ 500 บ./เดือน ค่ารถไฟฟ้า (MRT/BTS/ARL) และ ขสมก. 500 บ./เดือน (สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ใน กทม. และปริมณฑล)

สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐท่านใดที่ไม่ประสงค์จะใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถส่งคืนได้ที่กรมบัญชีกลางหรือสำนักงานคลังจังหวัด 76 จังหวัดทั่วประเทศ และสามารถติดตามข่าวสารของกรมบัญชีกลางได้จากช่องทางต่าง ๆ ของกรมบัญชีกลาง เช่น Facebook Youtube Instagram Twitter และ CGD Application หรือโทรศัพท์สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Call Center ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 0 2109 2345 และ Call Center กรมบัญชีกลาง 0 2270 6400 ในวัน เวลาราชการ

ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า โครงการคนละครึ่งเฟส 5 ที่เริ่มเปิดให้ประชาชนใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 65 จะสิ้นสุดลง ในวันที่ 31 ต.ค. 65 โดย ข้อมูล ณ วันที่ 27 ต.ค. 65 มีจำนวนผู้ใช้สิทธิครบวงเงินโครงการ 800 บาทแล้ว จำนวน 10.26 ล้านคน หรือคิดเป็น 42.71% ของผู้ใช้สิทธิทั้งหมด และมีจำนวนผู้ใช้สิทธิใกล้ครบวงเงินโครงการ 800 บาท จำนวน 10.82 ล้านคน หรือคิดเป็น 45.05% ของผู้ใช้สิทธิทั้งหมด จึงขอให้ผู้ที่ยังมีสิทธิคงเหลือ เร่งใช้จ่ายให้ครบวงเงินโครงการคนละครึ่งเฟส 5 ภายในระยะเวลาที่กำหนด

สำหรับความคืบหน้าการใช้สิทธิมาตรการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศ ปี 2565 ระยะที่ 2 ซึ่งประกอบด้วย โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 5 โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ระยะที่ 3 และโครงการคนละครึ่งเฟส 5 จากข้อมูลสะสม ณ วันพฤหัสบดีที่ 27 ต.ค. 65 เวลา 23.00 น. มีผู้ใช้สิทธิทุกโครงการรวม 38.24 ล้านคน และมียอดใช้จ่ายสะสมทั้งสิ้น 41,557.30 ล้านบาท โดยสรุปผลการใช้จ่ายได้ ดังนี้

  1. โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 5 มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 13.15 ล้านคน และมียอดใช้จ่ายสะสม 5,146.60 ล้านบาท
  2. โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ระยะที่ 3 มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 1.07 ล้านคน และมียอดใช้จ่ายสะสม 388.34 ล้านบาท
  3. โครงการคนละครึ่งเฟส 5 มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 24.02 ล้านคน และมียอดใช้จ่ายรวม 36,022.36 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่ายจำนวน 18,343.78 ล้านบาท และเงินที่รัฐร่วมจ่ายจำนวน 17,678.58 ล้านบาท

ส่วนยอดใช้จ่ายสะสมแบ่งตามประเภทร้านค้า ได้แก่ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม 15,060.02 ล้านบาท ร้านธงฟ้า 7,266.18 ล้านบาท ร้าน OTOP 1,725.74 ล้านบาท ร้านค้าทั่วไป 11,342.85 ล้านบาท ร้านบริการ 581.50 ล้านบาท และกิจการขนส่งสาธารณะ 46.07 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการร้านค้า ที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 มีผู้ประกอบการร้านค้าเข้าร่วมแล้วจำนวน 9.70 แสนราย โดยเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ 2.32 หมื่นราย

แจ้งข่าว
ขนส่ง เปิดอบรมใบขับขี่ออนไลน์
ทำง่ายๆที่บ้านได้เลย
ไม่ต้องไปขนส่ง 1 ชั่วโมงเสร็จ

ลงทะเบียนได้ที่นี่ >> https://bit.ly/3Tmvj7c

 

ใครที่กำลังมีปัญหาการเงิน เงินไม่พอใช้ ชักหน้าไม่ถึงหลัง ไม่อยากจะไปกู้เงินด่วนนอกระบบ ที่ดอกเบี้ยแพงมหา โหดนั้น ธนาคารกสิกรไทย มีโปรโมชั้นใหม่ สินเชื่อเงินด่วน กสิกร เอาใจลูกค้า โดยการพัฒนาการ สมัครบริการทาง การเงินตอบโจทย์ชีวิตยุคนี้ โดยไม่ต้องออกจากบ้านก็สมัคร บริการธนาคารด้วยตนเองบน กับ บริการสินเชื่อบุคคลยอดฮิต ได้แก่ สินเชื่อเงินด่วน เอ๊กเพส โลน ที่สามารถ โดยช่วยให้ลูกค้าได้รับความสะดวก ลดความเสี่ยงไม่ต้องออกจากบ้าน อยู่ที่ไหนก็สมัครได้ สมัครง่ายทุกขั้นตอนบน K PLUS แค่มี สมุดบัญชี รู้ผลอนุมัติ เร็วสุด 15 นาที

โดย สินชื่อเงินด่วน กสิการ ที่เปิดโอกาสให้สมัครกันได้ทุกอาชีพ รายได้ไม่ถึงหลักหมื่นก็ยื่นขอสินเชื่อได้แล้ว แถมยังไม่ยุ่งยากในการสมัคร ไม่ต้องเสียเวลาไปยื่นเรื่องกันที่ธนาคาร สมัครง่ายๆผ่านทางแอพพลิเคชั่น K PLUS สะดวก รวดเร็ว อนุมัติเร็วสุด 15 นาที อนุมัติปั๊บรับเงินก้อนเข้าบัญชีไปใช้ได้ทันที

โดยคุณสมบัติทั่วไปของ คนที่สมัคคือ ต้องสัญชาติไทย อายุ 20 ปีขึ้นไป อายุของผู้กู้เมื่อรวมกับระยะเวลาผ่อนชำระแล้วต้องไม่เกิน 70 ปี ต้องมีรายได้ 7,500 บาทขึ้นไป ต้องมีอายุงานไม่น้อยกว่า 6 เดือน (นับรวมที่ทำงานเดิมได้ ถ้าหากผ่านการทดลองงานของที่ทำงานปัจจุบันแล้ว) มีเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ ที่บ้าน ที่ทำงาน หรือโทรศัพท์มือถือ

สำหรับลูกค้าที่มีเงินเดือน 7,500 บาท สามารถกู้โดย ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ และไม่ต้องมีบุคคลค้ำประกัน ดอกเบี้ยต่ำสุด 15% ตลอดอายุสัญญา ผ่อนน้อย กู้ 10,000 ดอกเบี้ยเริ่มต้นเดือนละ 550 บาท

ไม่ต้องใช้เอกสาร เพียงมีบัญชีเงินเดือนหรือเดินบัญชีกับธนาคารกสิกรไทยติดต่อกันอย่างน้อย 6 เดือน โดย ลูกค้าที่สนใจสามารถสมัครใช้บริการสินเชื่อบน K PLUS ได้ตั้งแต่วันนี้ ระหว่างเวลา 08.00-19.00 น.
กรณีที่มีบัญชีเงินเดือนกับ ธนาคารกสิกรไทย (KBank Payroll) ตั้งแต่ 7 เดือนขึ้นไป ไม่ต้องยื่นเอกสารแสดงรายได้

สุดท้านนี้ หวังว่าข้อมูลนี้ น่าจะเป็นประโยชน์ให้สำหรับเพื่อนๆ ทุกคน ที่กำลังเดือดร้อน มีความจำเป็นที่ต้องใช้ เงิน ในช่วงสภาวะสถาการ์ณ บบนี้ และใครที่สมัครสินเชื่ออะไรไว้ ทางเราก็ขอเอาใจช่วยให้ทุกคนผ่านการอนุมัติ เพื่อที่จะได้มีเงินมาใช้จ่ายในช่วงยามที่เศรษฐกิจเป็นแบบนี้กัน

สำหรับสินเชื่อที่จะกล่าวถึงนั้นเป็นสินเชื่อจาก SCB ไทยพาณิชย์ ซึ่งเป็นสินเชื่อเดิมที่อัพเดทให้กับลูกค้าของธนาคารโดยการเพิ่มวงเงินสินเชื่อให้กับลูกค้าที่มีประวัติการชำระสินเชื่อดี โดยสินเชื่อไทยพาณิชย์ Speedy Loan Top Up เป็นสินเชื่อเงินก้อนสำหรับลูกค้า Speedy Loan ปัจจุบัน ที่ผ่อนชำระคืนเงินกู้ตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป และมียอดผ่อนชำระเงินต้น ขั้นต่ำ 10,000 บาท สามารถขอสินเชื่อเพิ่ม โดยรับวงเงินตามจำนวนยอดเงินต้นที่ได้ผ่อนชำระไปแล้ว วงเงินสินเชื่อรวมสูงสุด 5 เท่าของรายได้ ผ่อนชำระคืนได้นานสูงสุดถึง 72 เดือน สามารถสมัครผ่านแอป SCB EASY และรู้ผลอนุมัติใน 24 ชม.หลังจากอนุมัติ รับเงินก้อนโอนเข้าบัญชีทันที

สินเชื่อ Speedy Loan Top Up วงเงินอนุมัติรวมกับสัญญา Speedy Loan เดิม สูงสุด 5 เท่าของรายได้เฉลี่ยต่อเดือน หรือสูงสุด 2 ล้านบาท และยังคิดอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 15% ต่อปี

อัตราดอกเบี้ยคิดแบบลดต้นลดดอก อนุมัติสินเชื่อวงเงินเริ่มต้นที่ 100,000 บาท มาติดตามอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมต่อด้านล่างกันเลย

เลือกซื้อเลย
จุดเด่น

1. สมัครง่ายผ่าน แอป SCB EASY ตลอด 24 ชั่วโมง

2. เงินก้อนเพิ่มจากวงเงินเดิม สมัครง่าย รู้ผลไอนุมัติไว ไม่มีค่าธรรมเนียม

3. สมัครง่ายไม่ต้องกรอกข้อมูลส่วนตัว ไม่ต้องมีหลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน

4. วงเงินอนุมัติรวมกับสัญญา Speedy Loan เดิม สูงสุด 5 เท่าของเงินเดือน หรือสูงสุด 2 ล้านบาท

5. ดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 15% ต่อปี คิดอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก

6. งวดผ่อนชำระนานสูงสุด 72 เดือน (เมื่อได้อนุมัติยอดสินเชื่อเริ่มที่ 100,000 บาท ขึ้นไป)

7. รู้ผลอนุมัติและรับเงินก้อนใหญ่ไวสุดภายใน 24 ชั่วโมง นับจากวันที่รับเอกสารครบถ้วน

8. หลังอนุมัติรับเงินก้อนเข้าบัญชีทันที

9. สามารถเลือกผ่อนชำระเดือนละเท่าๆกัน

อัตราดอกเบี้ยวงเงินกู้

– อัตราดอกเบี้บ 15 – 25% ต่อปี หรือเท่ากับอัตราดอกเบี้ยสัญญา Speedy Loan เดิม

รายละเอียดการสมัคร

คุณสมบัติผู้กู้

– เอกสารหลักฐานแสดงรายได้

– ผู้สมัครมีอายุระหว่าง 20-59 ปี

– ระยะเวลาผ่อนชำระขั้นต่ำ 12 เดือน และสูงสุดไม่เกิน 72 เดือน หรือ อายุสัญญาสิ้นสุดภายในอายุ 60 ปีของผู้สมัคร

– มีบัญชีเงินฝากธนาคารไทยพาณิชย์

เอกสารประกอบการกู้

1. เจ้าของธุรกิจ หรือ อาชีพอิสระ

– ใช้ statement ของธนาคารใดก็ได้ย้อนหลัง 6 เดือนล่าสุด

2. พนักงานประจำ

– ใช้ slip เงินเดือนล่าสุด หรือหนังสือรับรองเงินเดือนล่าสุด

3. ธนาคารจะตรวจสอบเอกสารของลูกค้า และแจ้งผลการสมัครผ่านอีเมล์และ/หรือแอปพลิเคชัน SCB EASY

หมายเหตุ ตัวอย่างการผ่อนชำระสินเชื่อ Speedy Loan Top Up ผ่อนหมื่นละ 490 บาทต่อเดือน คำนวณจากดอกเบี้ย15%ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระ 24 เดือน สำหรับลูกค้า ที่ผ่อนชำระคืนเงินกู้ตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป และมียอดผ่อนชำระเงินต้น ขั้นต่ำ 10,000 บาท สามารถขอสินเชื่อเพิ่ม โดยรับวงเงินตามจำนวนยอดเงินต้นที่ได้ผ่อนชำระไปแล้ว สามารถสอบถามเพิ่มเติม SCB Call Center โทร 02-777-7777