Monday, 5 December 2022

เฮงลิสซิ่งเคาะสินเชื่อให้ยืม 20,000 บาท ผ่อนเริ่มต้น 238 บาท/เดือน

ส่งต่อบุญ! #มูลนิธิบ้านนกขมิ้น #โครงการเหลือขอ ชวนมาส่งต่อของมือสอง 📦

ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า, หนังสือ, เครื่องใช้ไฟฟ้า ทั้งดีและเสีย, ของเล่น, อุปกรณ์การเรียน และข้าวสาร อาหารแห้ง 👧🏻 ส่งต่อให้กับน้องๆ ที่ด้อยโอกาส เปลี่ยนเป็นโอกาสทางการศึกษา 👍🏻 ได้เวลาเคลียร์ของแล้ววว ✨
📮 ส่งมาบริจาคได้ที่ : มูลนิธิบ้านนกขมิ้นโครงการเหลือขอ 89/12 หมู่ 1 ซอยเสรีไทย 17 ถนนเสรีไทย แขวงคลองกุ่ม. เขตบึงกุ่ม กทม 10240 (โทร 094-940-0606)

วงเงินซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภค คนละ 200-300 บาท/เดือน
ผู้มีสิทธิ์รับเงิน : ทุกคนที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

กลุ่มที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท ได้รับ 300 บาท/เดือน
กลุ่มที่มีรายได้เกิน 30,000 บาท ได้รับ 200 บาท/เดือน
ค่ารถโดยสารสาธารณะ
ผู้มีสิทธิ์รับเงิน : ทุกคนที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้) แบ่งเป็น

ค่าโดยสารรถเมล์ รถไฟฟ้า 500 บาท/เดือน (ใช้ชำระค่าโดยสารด้วยระบบ e-Ticket เฉพาะผู้ถือบัตรใน 7 จังหวัด คือ กทม., นนทบุรี, ปทุมธานี, พระนครศรีอยุธยา, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร และนครปฐม)
ค่าโดยสารรถ บขส. 500 บาท/เดือน
ค่าโดยสารรถไฟ 500 บาท/เดือน
วงเงินซื้อก๊าซหุงต้มสำหรับผู้ถือบัตรคนจนทั่วไป 100 บาท/3 เดือน
ผู้มีสิทธิ์รับเงิน : ทุกคนที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้)

หมายเหตุ : ครม. มีมติให้ต่ออายุมาตรการช่วยเหลือส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม เพิ่มเป็น 100 บาท/3 เดือน (จากเดิม 45 บาท) ตั้งแต่เดือนตุลาคม-ธันวาคม 2565 แต่ปัจจุบันกระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี จึงคาดว่าผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะสามารถใช้สิทธิ์ส่วนเพิ่ม 55 บาท/3 เดือน ได้ในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2565

วงเงินซื้อก๊าซหุงต้มสำหรับร้านค้า หาบเร่ แผงลอย 100 บาท/เดือน
ผู้มีสิทธิ์รับเงิน : ผู้ประกอบการร้านค้า หาบเร่ แผงลอยที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ไม่สามารถกดเป็นเงินสดได้)

หมายเหตุ : ครม. มีมติให้ต่ออายุมาตรการช่วยเหลือส่วนลดค่าก๊าซหุงต้มให้แก่ร้านค้า หาบเร่ แผงลอยอาหารที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่เกิน 100 บาท/ราย/เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม-ธันวาคม 2565

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2565
จากเดิมมาตรการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาแก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้หมดเขตในเดือนกันยายน 2565 แต่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้ต่ออายุมาตรการดังกล่าวออกไปอีก 7 เดือน คือตั้งแต่เดือนตุลาคม 2565 – เมษายน 2566 เท่ากับว่าผู้ถือบัตรคนจนจะยังได้รับความช่วยเหลือ ดังนี้
ค่าไฟฟ้า ไม่เกิน 315 บาท/เดือน/ครัวเรือน
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
กรณีใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 50 หน่วย/เดือน ติดต่อกัน 3 เดือน ให้ใช้สิทธิ์ค่าไฟฟ้าฟรี ตามมาตรการที่มีอยู่ในปัจจุบัน
กรณีใช้ไฟฟ้าเกิน 50 หน่วย/เดือน ให้ใช้สิทธิ์ตามมาตรการนี้ในวงเงิน 315 บาท/ครัวเรือน/เดือน
กรณีที่ใช้ไฟฟ้าเกิน 50 หน่วย/เดือน ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะต้องเป็นผู้จ่ายค่าไฟฟ้าเองทั้งหมด
ผู้มีสิทธิ์รับเงิน : ครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด และได้ลงทะเบียนรับสิทธิ์เรียบร้อย (ถ้าเคยลงทะเบียนแล้วสามารถใช้สิทธิ์ได้ทันที ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่)

วิธีลงทะเบียน

ผู้ใช้ไฟฟ้าใน กทม., สมุทรปราการ, นนทบุรี ลงทะเบียนที่การไฟฟ้านครหลวง
ผู้ใช้ไฟฟ้าในต่างจังหวัด ลงทะเบียนที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
ค่าน้ำประปา ไม่เกิน 100 บาท/เดือน/ครัวเรือน
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
กรณีใช้น้ำประปา เกิน 100 บาท แต่ไม่เกิน 315 บาท จะได้รับการสนับสนุนในวงเงิน 100 บาท โดยส่วนเกินต้องชำระเอง
กรณีใช้น้ำประปา เกิน 315 บาท ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะต้องเป็นผู้จ่ายค่าประปาเองทั้งหมด
ผู้มีสิทธิ์รับเงิน : ครัวเรือนที่ใช้น้ำประปาไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด และได้ลงทะเบียนรับสิทธิ์เรียบร้อย (ถ้าเคยลงทะเบียนแล้วสามารถใช้สิทธิ์ได้ทันที ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่)

วิธีลงทะเบียน

ผู้ใช้ประปาใน กทม., สมุทรปราการ, นนทบุรี ลงทะเบียนที่การประปานครหลวง
ผู้ใช้ประปาในต่างจังหวัด ลงทะเบียนที่การประปาส่วนภูมิภาค
หมายเหตุ : ต้องนำใบแจ้งหนี้ค่าไฟฟ้าและใบแจ้งหนี้ค่าน้ำประปาไปชำระเงินตามปกติก่อน จากนั้นหน่วยงานจะส่งรายชื่อผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ใช้ไฟฟ้าและน้ำประปาในวงเงินที่กำหนดให้กรมบัญชีกลาง สั่งจ่ายเงินคืนผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในช่อง e-Money ของเดือนถัดไป
วันที่ 22 พฤศจิกายน 2565
เงินช่วยเหลือผู้พิการ 200 บาท
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ผู้มีสิทธิ์รับเงิน : เป็นผู้พิการที่อายุ 18 ปีขึ้นไป มีบัตรประจำตัวผู้พิการ และมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับเงินเบี้ยความพิการ เพิ่มอีก 200 บาท (จากเดิม 800 บาท) รวมเป็น 1,000 บาท/เดือน โดยจะแบ่งจ่ายดังนี้

800 บาท : โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารเหมือนเดิม ทุกวันที่ 10 ของเดือน

เงินเพิ่มเติมอีก 200 บาท จากกองทุนประชารัฐ : จ่ายเข้ากระเป๋าเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งเงินจะเข้าบัญชีวันที่ 22 ของทุกเดือน สามารถถอนเป็นเงินสด หรือเก็บสะสมในเดือนถัดไปได้

บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

สินเชื่อส่วนบุคคล เฮงลิสซิ่ง เป็นตัวช่วยแก้ทุกปัญหา ด้านการเงิน เติมเต็มทุกความต้องการ ได้เงินก้อน ผ่อนสบาย ไม่ต้องมีคนค้ำ ช่วยเหลือทุกอาชีพ ที่กำลังประสบปัญหา ด้านการเงิน สินเชื่อส่วนบุคคล เฮงลิสซิ่ง ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ต้องโอนก่อนทุกกรณี รายได้เริ่มต้น 6,000 บาท ก็สามารถกู้ได้ อนุมัติง่าย ทุกอาชีพ


จุดเด่น

รายได้เริ่มต้น 6,000 บาท ก็สามารถกู้ได้
เอกสารไม่ยุ่งยาก
ผ่อนดี รับเงินเพิ่ม
ไม่ต้องมีทรัพย์สิน มาเป็นหลักประกัน
ผ่อนชำระได้นาน 12,18,24,36 งวด


เลือกซื้อเลย
รายละเอียดการสมัคร

คุณสมบัติผู้กู้

มีรายได้ประจำ 6,000 บาท ขึ้นไป
มีสัญชาติไทย มีอายุระหว่าง 20 – 65 ปี
มีอายุงาน 4 เดือน ขึ้นไป และไม่อยู่ในช่วงทดลองงาน พักงาน หรืออยู่ในระหว่างพิจารณาโทษ
มีบัญชีสินเชื่อส่วนบุคคล ภายใต้การกำกับ (P-Loan ไม่มีหลักประกัน) รวมทั้งหมดไม่เกิน 3 แห่ง
มีพักอาศัยปัจจุบัน หรือที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน และที่ทำงาน ไม่เกิน 30 กม. จากที่ตั้งสาขาที่ยื่นขอสินเชื่อ


เอกสารประกอบการกู้

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล (ถ้ามี)
สำเนาทะเบียนบ้าน
หนังสือรับรองเงินเดือนฉบับจริง (ต้องระบุตำแหน่ง รายได้ และวันที่เริ่มงานด้วย) อายุไม่เกิน 1 เดือน
สลิปเงินเดือนฉบับจริง ย้อนหลัง 1 เดือนล่าสุด หรือหลักฐานการเดินบัญชีกับธนาคารย้อนหลัง 6 เดือน


ดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ รวมกันสูงสุดไม่เกิน 25% ต่อปี แบบลดต้นลดดอก

สมัครสินเชื่อเฮงลิสซิ่งออนไลน์ คลิกที่นี่

หมายเหตุ การอนุมัติสินเชื่อเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด