Monday, 5 December 2022

ไทยพาณิชย์ปล่อยสินเชื่อให้ยืม 100,000 ผ่อนเริ่มต้น 490/เดือน

ลงทะเบียนลดค่าไฟ ค่าน้ำ สำหรับผู้ที่ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ภายหลังจากที่ ครม. ได้เห็นชอบขยายมาตรการดังกล่าวออกไปอีก 7 เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2565 ถึงเดือนเมษายน 2566 โดยสามารถเช็กเงื่อนไข วิธีการลงทะเบียนที่นี่ได้เลย

เงื่อนไขลงทะเบียนรับสิทธิเงินช่วยเหลือค่าไฟ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”

1. ผู้ใช้ไฟฟ้าต้องเป็นผู้มีสิทธิในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับสิทธิ 1 สิทธิต่อครัวเรือนต่อบิลเดือน และต่อหนึ่งหมายเลขผู้ใช้ไฟฟ้าเท่านั้น

2. ผู้มีสิทธิในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับเงินช่วยเหลือค่าไฟฟ้าประจำเดือน ตามที่ระบุในใบแจ้งค่าไฟฟ้าแต่ไม่เกิน 315 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ต่อครัวเรือนต่อบิลเดือน / กรณีที่ค่าไฟฟ้าเกิน 315 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) จะไม่ได้สิทธิจากมาตรการนี้

3. ผู้ใช้ไฟฟ้าต้องชำระเงินค่าไฟฟ้าเต็มจำนวนตามที่ระบุในใบแจ้งค่าไฟฟ้า และกรมบัญชีกลางจะจ่ายเงินคืนผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ต่อไป

4. ผู้ใช้ไฟฟ้าที่ได้รับสิทธิไฟฟ้าฟรีไม่เกิน 50 หน่วยในเดือนใด จะไม่ได้รับสิทธิตามบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในเดือนนั้น

5. ผู้มีสิทธิในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และต้องการใช้สิทธิในการช่วยเหลือค่าไฟฟ้า ต้องลงทะเบียนผ่านช่องทางที่ กฟภ. กำหนด และให้ข้อมูลถูกต้องครบถ้วน

วิธีลงทะเบียนลดค่าไฟ

  • ลดค่าไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) (คลิก)
  • ลดค่าไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) (คลิก)

ส่วนเงื่อนไขลงทะเบียนรับสิทธิ ลดค่าน้ำประปา บัตรสวัสดิการเเห่งรัฐ 2565 ประกอบด้วย

– เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่เคยลงทะเบียนรับสิทธิแล้ว ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่

– เริ่มได้รับสิทธิตั้งแต่ใบแจ้งค่าน้ำประปาประจำเดือนตุลาคม 2564 – กันยายน 2565

– ใบแจ้งค่าน้ำประปาที่มีการใช้น้ำประปาประจำเดือนไม่เกิน 315 บาท

– ใช้น้ำประปาไม่เกิน 100 บาท ได้รับการสนับสนุนวงเงินค่าน้ำประปาตามจำนวนค่าน้ำประปาที่ใช้จริง

– ใช้น้ำประปาเกิน 100 บาท แต่ไม่เกิน 315 บาท จะได้รับการสนับสนุนวงเงินค่าน้ำประปาจำนวน 100 บาท

– ใช้น้ำประปาเกิน 315 บาท จะไม่ได้รับการสนับสนุนวงเงินค่าน้ำประปา
ต้องชำระเงินค่าน้ำประปาตามที่ระบุในใบแจ้งค่าน้ำประปา ให้การประปานครหลวง / การประปาส่วนภูมิภาค ตามปกติ กรมบัญชีกลาง จะโอนเงินคืนให้ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในกลางเดือนถัดไป

– สิทธิลดค่าน้ำนี้ไม่ครอบคลุมสำหรับผู้ใช้น้ำในหอพักหรือคอนโดมิเนียม

ลงทะเบียนลดค่าน้ำ 2565 สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ลงทะเบียนผ่านทางเว็บไซต์การประปาส่วนภูมิภาค และการประปานครหลวง ดังนี้

ผู้ที่มีความประสงค์จะขอรับสิทธิช่วยเหลือค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ ขอให้รีบลงทะเบียนกับโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2565 ของ กระทรวงการคลัง ซึ่งได้มีการขยายเวลาลงทะเบียนจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2565 นี้ โดยสามารถดูรายละเอียดที่เว็บไซต์ (คลิกที่นี่)

ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ได้ออกมาชวนประชาชนที่ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง เฟส 5 ที่ยังมีสิทธิคงเหลือ สามารถใช้จ่ายได้อย่างต่อเนื่องต่อไปจนถึงวันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม 2565 ระหว่างเวลา 06.00 – 22.59 น. ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง เร่งใช้สิทธิให้ครบวงเงินโครงการ 800 บาท ภายในระยะเวลาที่กำหนด

โดยตัวเลขล่าสุด มีจำนวนประชาชนผู้ใช้สิทธิโครงการครบ 800 บาท แล้วจำนวนประมาณ 9.27 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 38.6 ของจำนวนผู้ได้รับสิทธิทั้งหมด

 

สำหรับ โครงการ “คนละครึ่ง เฟส 5” มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 24.02 ล้านคน และมียอดใช้จ่ายรวม 34,941.6 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่ายจำนวน 17,786.3 ล้านบาท และเงินที่รัฐร่วมจ่ายจำนวน 17,155.3 ล้านบาท

 

ทั้งนี้ สำหรับยอดใช้จ่ายสะสมแบ่งตามประเภทร้านค้า ได้แก่

ร้านอาหารและเครื่องดื่ม 14,609.7 ล้านบาท
ร้านธงฟ้า 7,044.4 ล้านบาท ร้าน OTOP 1,666.5 ล้านบาท
ร้านค้าทั่วไป 11,014.4 ล้านบาท ร้านบริการ 562.1 ล้านบาท
กิจการขนส่งสาธารณะ 44.5 ล้านบาท

สำหรับสินเชื่อที่จะกล่าวถึงนั้นเป็นสินเชื่อจาก SCB ไทยพาณิชย์ ซึ่งเป็นสินเชื่อเดิมที่อัพเดทให้กับลูกค้าของธนาคารโดยการเพิ่มวงเงินสินเชื่อให้กับลูกค้าที่มีประวัติการชำระสินเชื่อดี โดยสินเชื่อไทยพาณิชย์ Speedy Loan Top Up เป็นสินเชื่อเงินก้อนสำหรับลูกค้า Speedy Loan ปัจจุบัน ที่ผ่อนชำระคืนเงินกู้ตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป และมียอดผ่อนชำระเงินต้น ขั้นต่ำ 10,000 บาท สามารถขอสินเชื่อเพิ่ม โดยรับวงเงินตามจำนวนยอดเงินต้นที่ได้ผ่อนชำระไปแล้ว วงเงินสินเชื่อรวมสูงสุด 5 เท่าของรายได้ ผ่อนชำระคืนได้นานสูงสุดถึง 72 เดือน สามารถสมัครผ่านแอป SCB EASY และรู้ผลอนุมัติใน 24 ชม.หลังจากอนุมัติ รับเงินก้อนโอนเข้าบัญชีทันที

สินเชื่อ Speedy Loan Top Up วงเงินอนุมัติรวมกับสัญญา Speedy Loan เดิม สูงสุด 5 เท่าของรายได้เฉลี่ยต่อเดือน หรือสูงสุด 2 ล้านบาท และยังคิดอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 15% ต่อปี

อัตราดอกเบี้ยคิดแบบลดต้นลดดอก อนุมัติสินเชื่อวงเงินเริ่มต้นที่ 100,000 บาท มาติดตามอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมต่อด้านล่างกันเลย

เลือกซื้อเลย
จุดเด่น

1. สมัครง่ายผ่าน แอป SCB EASY ตลอด 24 ชั่วโมง

2. เงินก้อนเพิ่มจากวงเงินเดิม สมัครง่าย รู้ผลไอนุมัติไว ไม่มีค่าธรรมเนียม

3. สมัครง่ายไม่ต้องกรอกข้อมูลส่วนตัว ไม่ต้องมีหลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน

4. วงเงินอนุมัติรวมกับสัญญา Speedy Loan เดิม สูงสุด 5 เท่าของเงินเดือน หรือสูงสุด 2 ล้านบาท

5. ดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 15% ต่อปี คิดอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก

6. งวดผ่อนชำระนานสูงสุด 72 เดือน (เมื่อได้อนุมัติยอดสินเชื่อเริ่มที่ 100,000 บาท ขึ้นไป)

7. รู้ผลอนุมัติและรับเงินก้อนใหญ่ไวสุดภายใน 24 ชั่วโมง นับจากวันที่รับเอกสารครบถ้วน

8. หลังอนุมัติรับเงินก้อนเข้าบัญชีทันที

9. สามารถเลือกผ่อนชำระเดือนละเท่าๆกัน

อัตราดอกเบี้ยวงเงินกู้

– อัตราดอกเบี้บ 15 – 25% ต่อปี หรือเท่ากับอัตราดอกเบี้ยสัญญา Speedy Loan เดิม

รายละเอียดการสมัคร

คุณสมบัติผู้กู้

– เอกสารหลักฐานแสดงรายได้

– ผู้สมัครมีอายุระหว่าง 20-59 ปี

– ระยะเวลาผ่อนชำระขั้นต่ำ 12 เดือน และสูงสุดไม่เกิน 72 เดือน หรือ อายุสัญญาสิ้นสุดภายในอายุ 60 ปีของผู้สมัคร

– มีบัญชีเงินฝากธนาคารไทยพาณิชย์

เอกสารประกอบการกู้

1. เจ้าของธุรกิจ หรือ อาชีพอิสระ

– ใช้ statement ของธนาคารใดก็ได้ย้อนหลัง 6 เดือนล่าสุด

2. พนักงานประจำ

– ใช้ slip เงินเดือนล่าสุด หรือหนังสือรับรองเงินเดือนล่าสุด

3. ธนาคารจะตรวจสอบเอกสารของลูกค้า และแจ้งผลการสมัครผ่านอีเมล์และ/หรือแอปพลิเคชัน SCB EASY

หมายเหตุ ตัวอย่างการผ่อนชำระสินเชื่อ Speedy Loan Top Up ผ่อนหมื่นละ 490 บาทต่อเดือน คำนวณจากดอกเบี้ย15%ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระ 24 เดือน สำหรับลูกค้า ที่ผ่อนชำระคืนเงินกู้ตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป และมียอดผ่อนชำระเงินต้น ขั้นต่ำ 10,000 บาท สามารถขอสินเชื่อเพิ่ม โดยรับวงเงินตามจำนวนยอดเงินต้นที่ได้ผ่อนชำระไปแล้ว สามารถสอบถามเพิ่มเติม SCB Call Center โทร 02-777-7777